การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดงาน “เชียงใหม่ Night Market” โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ร่วมเป็นประธานในพิธี ณ ข่วงสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ ยามค่ำคืนของเชียงใหม่ผ่านถนนคนเดินสันกำแพง ชมความอลังการของ Light Installation – Mapping พร้อมกิจกรรมดนตรีและศิลปวัฒนธรรม โดยจัดขึ้น ณ ถนนคนเดินสันกำแพง ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569
นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” ณ ถนนคนเดินสันกำแพง เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและหัตถศิลป์อันโดดเด่นของพื้นที่มาต่อยอดสู่รูปแบบสร้างสรรค์ร่วมสมัย ผ่านการผสมผสานศิลปะ แสง สี และเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา สอดคล้องกับวิสัยทัศน์จังหวัดเชียงใหม่ สู่ “เมืองแห่งสุขภาพ เมืองแห่งการใช้ชีวิต และเมืองแห่งเทศกาล” ภายใต้แนวคิด “Value is the New Volume” และนโยบาย “12 เดือน 12 เทศกาล จังหวัดเชียงใหม่เที่ยวได้ทั้ง 365 วัน” ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยว สร้างรายได้ และกระจายประโยชน์สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยใช้กลยุทธ์ Event Marketing เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว โดยการจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” ใน 2 พื้นที่ ได้แก่ ถนนคนเดินท่าแพ และถนนคนเดินสันกำแพง เพื่อ สอดรับกับนโยบายระดับประเทศ คือ การยกระดับถนนคนเดินจาก “ตลาดท้องถิ่น” ไปสู่การเป็น Creative Walking Street ระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นเวทีนำเสนอ เสน่ห์ไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ พื้นที่ถนนคนเดินสันกำแพง ได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น และเป็นศูนย์รวมของงานหัตถกรรมและภูมิปัญญาล้านนารวมถึงการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน กิจกรรมภายในงานนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “San Kamphaeng Remix : Chiang Mai Remake” เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของสันกำแพง ผ่านการนำเสนอศิลปะ แสง สี และเทคโนโลยีดิจิทัลที่เติมเต็มให้ถนนคนเดินมีสีสัน และเป็นพื้นที่ให้ชาวสันกำแพงได้แสดงความสามารถ พร้อมทั้งคงไว้ซึ่งการเคารพและรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญ ผ่าน 10 จุดจัดแสดงและแลนด์มาร์กสุดอลังการในแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างสรรค์เล่าเรื่องราวให้มากกว่าที่นักท่องเที่ยวเคยรู้จัก ส่งมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำ และสามารถเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวเข้ากับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้ เป็นอย่างดี โดย ททท. คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้ง 2 พื้นที่กว่า 1 แสนคน สร้างรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 186 ล้านบาท
(The Blooming Way) และ จุดแสดงที่ 10 วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร : แนวแกนทางวัฒนธรรม (The Axis of Culture)
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับการซื้อของฝาก ของที่ระลึก อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารท้องถิ่นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ยกขบวนร้านค้ามาให้ได้ลิ้มลองจำนวนมาก พิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงานร่วมจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการภายในงาน เมื่อจับจ่ายครบทุก 200 บาท จะได้รับคูปองใช้เป็นส่วนลดสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว อาทิ ที่พัก ร้านอาหาร สปา เป็นต้น พร้อมสนุกสนานไปกับการแสดงจากศิลปินชื่อดังได้ทุกวัน ได้แก่ 17 มกราคม 2569 : Scrubb, 18 มกราคม 2569 : Proxie, 24 มกราคม 2569 : Whal & Dolph, 25 มกราคม 2569 : No One Else, 31 มกราคม 2569 : Yented, 1 กุมภาพันธ์ 2569 : Atom, 14 กุมภาพันธ์ 2569 : Pause, Earth Patravee, 15 กุมภาพันธ์ 2569 : ATLAS, Sarah Salola, 21 กุมภาพันธ์ 2569 : Songkarn Rangsan, 22 กุมภาพันธ์ 2569 : Serious Bacon, 28 กุมภาพันธ์ 2569 : Mean และปิดท้ายวันที่ 1 มีนาคม 2569 ด้วย Season Five
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดทั้งงาน โดย ททท. จัดบริการรถรับ – ส่ง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถนนคนเดินสันกำแพง 2 เส้นทาง 1. เส้นทางข่วงประตูท่าแพ – วัดศรีดอนไชย – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง – ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง 2. เส้นทาง One Nimman – เซ็นทรัลเชียงใหม่ – ศูนย์ทำร่ม
บ่อสร้าง – ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง ถนนคนเดินท่าแพ 2 เส้นทาง ได้แก่ 1. One Nimman – ตลาดช้างเผือก – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร 2. ข่วงประตูท่าแพ – วัดศรีดอนไชย – ตลาดประตูเชียงใหม่ – วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook page: GoNorthThailand และ TAT Contact Center หรือ โทร. 1672 Travel Buddy