Share This Article
“จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา” ครั้งที่ 12 เดินทางถึง “วัดไทยนาลันทา” ประเทศอินเดีย
“พระครูธีรธรรมปราโมทย์” หรือ “หลวงพ่อสำเริง ธมฺมธีโร” เจ้าอาวาส วัดดอยเทพนิมิต ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย และ ในฐานะ “ประธานโครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12 นำคณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมฯ เดินเท้าถึง “วัดไทยนาลันทา” เมืองนาลันทา ประเทศอินเดีย
คณะสงฆ์ชาวไทยและชาวลาวรวม 70 รูป เดินเท้าเข้าพักที่ “วัดไทยนาลันทา” เมืองนาลันทา ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 2 คืน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 โดยก่อนหน้านี้คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมฯได้ปักหลักพักที่ “วัดไทยสิริราชคฤห์” กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 3 คืน 4 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 โดยคณะสงฆ์โครงการจาริกธรรมฯ พร้อมทั้งอุบาสกและอุบาสิกาที่เข้าร่วมโครงการจาริกธรรมฯในปีที่ 12 นี้ ได้มีโอกาสฉลองครบรอบ 23 ปี “วัดไทยสิริราชคฤห์” กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ในโอกาสที่คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12 ปักหลักพักที่ “วัดไทยสิริราชคฤห์” ได้นำความปลื้มปิติใจแด่ “พระวิเทศวชิรเมธี” (วิเชียร วชิรวํโส ป.ธ.5) เจ้าอาวาสวัดไทยสิริราชคฤห์ และ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และ ในฐานะเจ้าอาวาส “วัดจีนไตรรัตนาราม”
ในระหว่างที่คณะสงฆ์โครงการจาริกธรรมฯ พักที่ “วัดไทยสิริราชคฤห์” ได้เดินทางไปยังภูเขาคิชกูฏ เพื่อน้อมบูชาสักการะด้วยการสวดมนต์และบำเพ็ญจิตภาวนาถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่กุฏิพระพุทธเจ้า
รวมทั้งเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 ก่อนออกเดินทางไปวัดไทยนาลันทา เมืองนาลันทา ประเทศอินเดีย “พระครูธีรธรรมปราโมทย์” หรือ “หลวงพ่อสำเริงฯ” ได้ถวายปัจจัยการสร้างสะพานขึ้นถ้ำอินทสาละ บริเวณพื้นที่เขาคิชฌกูฏ แด่ “พระวิเทศวชิรเมธี” และ สนทนาธรรมกับ “พระอาจารย์เชาวน์ ชวนปญฺโญ” เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านมูเซอสามหมื่นทุ่ง จ.ตาก ประเทศไทย ในโอกาสนำพาคณะศรัทธาญาติโยมชาวไทยเดินทางร่วมแห่พระธาตุที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย
สำหรับเส้นทางในช่วงเริ่มต้นการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12 ของคณะสงฆ์ชาวไทยและชาวลาว ได้เริ่มเข้าพักที่ “วัดไทยมคธพุทธวิปัสสนา” ในเมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย และ เดินทางต่อไปยัง “วัดป่าดงคสิริ” ซึ่งอยู่ในพื้นที่เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย และ เดินทางไปยังวัดไทยพุทธวิปัสนา และ ต่อด้วย “วัดนวมินทรธัมมิกราช” เมืองเนวาด้า ประเทศอินเดีย และ เดินทางเข้าพักที่ “วัดไทยลัฏฐิวันมหาวิหาร” หมู่บ้านเจนเที่ยน อำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย และ ต่อด้วยการเข้าพักที่ “วัดไทยสิริราชคฤห์” กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย
ขณะที่ “วัดไทยนาลันทา” มีประวัติศาสตร์ที่น่าเรียนรู้ศึกษา โดยมีอนุสาวรีย์ของหลวงพ่อคชดิช กัสสปะ ตั้งตระหง่านอยู่หน้าโบสถ์ของ “วัดไทยนาลันทา” ซึ่งหากจะกล่าวถึงประวัติศาสตร์นี้แล้ว ต้องเริ่มที่ “หมู่บ้านนาลันทา” ในสมัยพุทธกาล หรือ ที่เรียกว่า “นาลกคาม”(Nalaka Village) เป็นบ้านเกิดและที่นิพพานของพระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวาขององค์สมณโคดมบรมครู ต่อมาได้กลายเป็น “มหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทา” ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาของทวีปเอเชีย โดยมีพระนักศึกษาจำนวนเป็นหมื่นรูปมาศึกษาที่ “มหาวิทยาลัยนาลันทา” ต่อมามหาวิทยาลัยนาลันทาได้ถูกทำลายโดยชาวมุสลิมเติร์ก ซึ่งเป็นลูกหลานของเจงกีสข่าน ที่เป็นคนต่างศาสนาและต้องการเพียงทรัพย์สินในมหาวิทยาลัยนาลันทา จึงทำการฆ่าตัดคอพระสงฆ์จำนวนมาก หลังจากนั้นมุสลิมได้นำเหตุการณ์นี้มาสู่ประเด็นทางการเมือง โดยไม่ให้มีพระสงฆ์อีกในอินเดีย ทำให้พระสงฆ์หมดจากอินเดียมา 700 กว่าปี
ภายหลัง หลวงพ่อชคดิช กัสสปะ (Jagdish Kashyap) พระสงฆ์ชาวอินเดีย ได้ศึกษาถึงประวัตศาสตร์ที่ยิงใหญ่ของนาลันทา จึงมีความคิดริเริ่มที่จะสร้างมหาวิทยาลัยนาลันทาให้กลับมาอีกครั้ง และได้พากเพียรพยามจนในที่สุดก็ได้สร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทาขึ้นมาอีก เมื่อ พ.ศ. 2494 และได้เป็นอธิการบดีคนแรก ต่อมาได้รับตำแหน่งเป็นสังฆนายก ของประเทศอินเดีย และท่านได้ซื้อที่ดินติดกันกับมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเป็นที่พัก และสำนักวิปัสสนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาลอินเดียและพุทธบริษัทชาวไทย ต่อมาท่านได้มีความดำริว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงมีศรัทธายกที่ดินจำนวน 3 ไร่และอาคาร 6 หลัง อันเป็นสมบัติส่วนตัวของท่านให้เป็นสมบัติของประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2514 แต่ต้องผ่านขบวนการทางกฎหมาย ศาล และคณะสงฆ์ไทย และต่อมาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2517 ขั้นตอนทางกฎหมายได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้กลายเป็นวัดไทยนาลันทา
ปัจจุบัน “วัดไทยนาลันทา” ได้รับความนิยมอย่างมากของพุทธศาสนิกชนชาวไทย ด้วยการบริการของครัวและพันเตคอฟฟี่ โดยปัจจุบันมีสหกรณ์พันเตคอฟฟี่ วัดไทยนาลันทา เพื่อบริหารจัดการงานที่เกี่ยวข้องกับการเกื้อกูลพระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบและถูกต้องตามกฎหมาย


