วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด “66 ปี วช. สานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”
โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “อว. กับการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิจัยและนวัตกรรม : Research for a Better Thailand” นำเสนอทิศทางการพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมของไทยเพื่ออนาคตประเทศอย่างยั่งยืน จากนั้นเป็นการกล่าวแสดงความยินดีในหัวข้อ “วช. ในทศวรรษที่ 7 กับอนาคตเพื่อการวิจัยของประเทศ” โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ และ นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ที่ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และความสำคัญของการพัฒนางานวิจัยในยุคใหม่ ณ…
KNOWLEDGE
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ติดตามความสำเร็จโครงการภายใต้ "แผนงานวิจัยประเด็นยุทธศาสตร์มุ่งเป้า ประเทศไทยปลอดภัย PM 2.5 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายประลอง ดำรงค์ไทย PD แผนวิจัยมุ่งเป้า PM 2.5 และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ ณ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ตำบลน้ำปั้ว จังหวัดน่าน
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึง การลงพื้นที่ในวันนี้มีเป้าหมาย เพื่อติดตามความสำเร็จการจัดการชีวมวลทางการเกษตรอย่างยั่งยืน ลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลด PM 2.5 โครงการนี้เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นกลไกของการใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายในการดำเนินงาน อาทิ ถ่านไบโอชาร์เพื่อลดการเผาในที่โล่งพร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ การพัฒนาในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดฝุ่นละออง PM2.5 แต่ยังส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ และมุ่งหมายว่าความร่วมมือนี้จะเป็นต้นแบบในการขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆต่อไป พร้อมเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย ววน.
นอกจากนี้ ยังมีนำเสนอความก้าวหน้าและความสำเร็จของโครงการ ได้แก่…
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนา “สถานการณ์น้ำท่วม บรรเทาได้ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการเสวนา พร้อมด้วยคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย ร่วมกิจกรรมเสวนา ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ อาคาร วช. 8
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ผลกระทบจากพายุช่วงต้นเดือน พย.2568 ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักตอนบนเพิ่มสูงขึ้น ประกอบอ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำกักเก็บจำนวนมากเพื่อเตรียมเปลี่ยนผ่านฤดู ทำให้มีความจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณลุ่มเจ้าพระยา มีผลกับพื้นที่ภาคกลางตอนบนต้องเผชิญกับวิกฤตอุทกภัยในหลายจังหวัด อาทิ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงหบุรี ชัยนาท วช. พร้อมด้วยทีมนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกันสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัย บรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน รวมทั้งการถอดบทเรียนจากสถานการณ์เพื่อเป็นแนวทางในการเฝ้าระวังภัยพิบัติ
การเสวนา เรื่อง “สถานการณ์น้ำท่วม บรรเทาได้ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์…
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 — สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร และสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย จัด การประชุมวิชาการพืชสวนแห่งชาติ ครั้งที่ 22 (The 22nd National Horticultural Congress 2025) ระหว่างวันที่ 6 - 7 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้แนวคิด “พืชสวนไทยก้าวไกลด้วยเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและ AI” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพืชสวนไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานชีวภาพ (BCG Model) และเกษตรอัจฉริยะในยุคดิจิทัล โดยการสนับสนุนของศูนย์รวม 5 ศูนย์ ประกอบด้วย
1.ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ
2.ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้
3.ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเมล็ดพันธุ์ผักของประเทศไทย
4.ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร และ
5. ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร
ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง กรกนก อิงคนินันท์…
วันที่ 22 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดแถลงข่าวการประชุมวิชาการนานาชาติ IBD2025 International Conference on Biodiversity 2025 “Biodiversity and Humanity in Global Crisis” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานคณะกรรมการจัดการประชุม กล่าวเปิดงานและภาพรวมการจัดงาน IBD2025 พร้อมด้วย ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมกล่าวถึงบทบาทของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะเจ้าภาพร่วมจัดงาน ตามด้วย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี ลิ่มทอง ประธานคณะทำงานฝ่ายวิชาการและนิทรรศการ นำเสนอสาระวิชาการเด่นของงาน IBD2025 ณ…
วันที่ 9 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ “The 49th International Invention Show” (INOVA 2025) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ส่งเสริมให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยเข้าร่วมเวทีนานาชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพและเผยแพร่ผลงานสู่ระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นกลไกในการขยายโอกาสและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรม เวทีการประกวดระดับนานาชาติ “The 49th International Invention Show” (INOVA 2025) จัดขึ้นที่ประเทศโครเอเชีย มีผลงานเข้าร่วมกว่า 400 ชิ้นจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยส่งผลงาน 18 ชิ้น จาก 10 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน…
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จัดพิธีเปิด “โครงการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ด้านเทคโนโลยีเครื่องอัดประจุยานยนต์และการซ่อมบำรุงด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์” โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นประธานเปิดโครงการและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การสร้างความตระหนักรู้ระบบนิเวศเครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย มทร.ธัญบุรี ให้การต้อนรับ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เทอดเกียรติ ลิมปิทีปราการ หัวหน้าโครงการ กล่าวรายงาน
รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการสกสว. เผยว่า สกสว. มอบหมายให้ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและนวัตกรรม (บพค.) บริหารจัดการทุนวิจัยภายใต้แผนงาน F13 เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่มีทักษะสูง โดยมีเป้าหมายสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ในประเด็น “ประเทศไทยเกิดงานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี ใน 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ Semiconductor, EV…
สถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี จัดกิจกรรมจับคู่ความร่วมมือทางวิจัยและธุรกิจ (Matching Day) ภายใต้โครงการ ‘การยกระดับศักยภาพทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบที่ตอบสนองการขับเคลื่อนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม ระยะที่ 2’ เพื่อส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เปิดเวทีให้นักวิจัยแสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนแนวคิดกับผู้ประกอบการ และสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ ณ โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี
รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) กล่าวว่า ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในเชิงธุรกิจและสังคม โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สำหรับเวที Matching Day ที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการ
การยกระดับศักยภาพทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบฯ ระยะที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานที่พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังสามารถให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาต่อ รวมถึงคัดเลือกผลงานที่มีศักยภาพสูงสุดสำหรับทำธุรกิจจริง และเป็นสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ก้าวไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
“การเปิดเวทีเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคธุรกิจนี้ ช่วยให้ผลงานวิจัยที่มีคุณค่าไม่ถูกเก็บไว้บนหิ้ง แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงนวัตกรรมใหม่โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ สร้างรายได้และความยั่งยืนแก่นักวิจัยและธุรกิจ อีกทั้งยังช่วยขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และนักลงทุน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจนวัตกรรมและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวร่วมด้วย” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว
ด้าน รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี กล่าวเสริมว่า เพื่อบรรลุเป้าหมายของโครงการ…
วันที่ 28 กันยายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับเครือข่ายวิจัย ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมอุตุนิยมวิทยา จัดกิจกรรมแถลงข่าว “แนวโน้มสถานการณ์อากาศและน้ำท่วมในภาคกลาง วิจัยนวัตกรรมมีคำตอบ” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ วช.
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการติดตามสถานการณ์น้ำของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากมรสุมที่พัดผ่านหลายภูมิภาค ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ จากสถานการณ์ดังกล่าว วช. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวัง รับมือ และฟื้นฟูจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเฝ้าระวังพายุโซนร้อน “บัวลอย” ซึ่งก่อให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคกลาง ในการนี้ วช. นำชุดความรู้จากแผนงานวิจัย "น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง" นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ พร้อมด้วยทีมวิจัย เพื่อนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี…
กลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเตือนรัฐบาลไทย หลังสิงคโปร์มีแนวคิดใช้มาตรการเข้มงวดขึ้นกับบุหรี่ไฟฟ้า ชี้หากไทยจะนำแนวทางนี้มาใช้ อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่ากับสิงคโปร์ เน้นการควบคุมให้ถูกกฎหมายคือสิ่งที่สำคัญที่สุดจากกรณีที่นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ประกาศยกระดับมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เทียบเท่ากับยาเสพติด โดยจะเอาผิดทั้งผู้ใช้ ผู้จำหน่าย และผู้นำเข้า เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน นายสาริษฏ์ สิทธิเสรีชน เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ “มนุษย์ควัน” ที่มีผู้ติดตามกว่า 2.6 หมื่นคน ได้แสดงความเห็นว่า
ท่าทีของสิงคโปร์ไม่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยเพราะเราไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายและขจัดการคอรัปชั่นได้แบบสิงคโปร์
นายสาริษฏ์ กล่าวว่า “ประเทศไทยมักเลือกนำตัวอย่างจากประเทศอื่นมาเป็นข้ออ้างในการแบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง การที่สิงคโปร์ออกมาประกาศนโยบายนี้ สวนทางกับกว่า 91 ประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมาย เป็นทางเลือกให้กับผู้สูบ เช่น อังกฤษ ที่มีคำแนะนำให้ประชาชนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเครื่องมือช่วยเลิกบุหรี่ด้วยซ้ำ จนทำให้อัตราการสูบบุหรี่ลดต่ำสุดเหลือเพียง 11% เท่านั้น ขณะที่สิงคโปร์ดำเนินนโยบายควบคุมยาสูบตามหลัก MPOWER ขององค์การอนามัยโลกอย่างเข้มงวด และเลือกที่จะเข้มกว่าเดิม กลับมีอัตราการสูบบุหรี่คงตัวอยู่ที่ราว 10-16% มานานกว่าทศวรรษ ไม่ต่างจากประเทศไทยที่อัตราการสูบบุหรี่ยังสูงถึง 16.5% ในปี 2567”
นายสาริษฏ์ เสริมว่า “หากเปรียบเทียบประเทศที่ใช้นโยบาย MPOWER เช่น ตุรกี บราซิล กับประเทศที่อนุญาตให้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกถูกกฎหมาย เช่น ญี่ปุ่น…

